กีฬาปลอดพนัน

ทุกวันนี้เราต้องยอมรับกันในสังคมไทยโดยทั่วไปได้แล้วว่าการพนันเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้างหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ

ภาคเอกชนและภาคประชาชนที่ออกมาแสดงความห่วงใยและแสดงออกต่างๆ เพื่อหวังให้เกิดความตื่นตัวทางสังคมโดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญ หรือมีการแข่งขันกีฬาต่างๆ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่เป็นเพียงไฟไหม้ฟาง เมื่อหมดเทศกาลก็จบการทำงาน จึงควรมีมาตรการป้องกันให้ไม่มีการพนันในการเล่นกีฬา อย่างแรกเลยที่ต้องทำ คือ การรณรงค์ทางสังคมอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้ต่อผลกระทบของการพนันและไม่มีค่านิยมการหวังรวยจากการเล่นพนัน โดยเฉพาะในช่วงที่มีการแข่งขันกีฬาใหญ่ระดับโลกหรือระดับภูมิภาค และอย่าลืมกำหนดให้สื่อมวลชนที่ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดการแข่งขันรวมทั้งสื่อที่นำเสนอข่าวความเคลื่อนไหวต่างๆ ต้องรับผิดชอบต่อการรณรงค์กีฬาปลอดการพนันนี้ไปพร้อมกันด้วย

อีกหนึ่งประเด็นที่ขาดไม่ได้เลยคือ สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยอาจจะขอความร่วมมือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นกิจการพนันของรัฐบาลให้ใช้เนื้อที่บางส่วนพิมพ์ข้อความหรือสัญลักษณ์การรณรงค์ลงบนสลากฯ ซึ่งมียอดพิมพ์ถึงงวดละ 60 ล้านฉบับคู่มียอดผู้ซื้อสลากถึงประมาณ 19 ล้านคน รวมทั้งขอให้ใช้ช่วงเวลาการถ่ายทอดสดการออกรางวัลแต่ละงวดในการนำเสนอเสียง /ข้อความ / ภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว/ หรืออื่นๆ เพื่อการรณรงค์ต่อประชาชน

เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต้องสร้างการเรียนรู้เพื่อรู้เท่าทันการพนัน (Gambling Literacy) เป็นภูมิคุ้มกันแก่เด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและครอบครัว

เพื่อให้เกิดความเข้าใจรู้ต่อความเสี่ยงของการเล่นพนัน โอกาสในการชนะพนัน ผลกระทบของการเล่นพนัน การติดการพนัน ความเชื่อผิดๆ ต่อการเล่นพนัน เราต้องสอนให้เด็กไม่สนับสนุนการเล่นพนัน และช่วยรณรงค์เพื่อการไม่พนันในการชมและเชียร์กีฬา โดยร่วมมือกับองค์กรสาธารณกุศลด้านสื่อกีฬา เช่น มูลนิธิเอกชัยนพจินดาจัดตั้งรางวัลให้แก่สื่อที่สร้างการเรียนรู้หรือสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมในการชม และเชียร์กีฬาอย่างสร้างสรรค์ขอให้กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบให้การส่งเสริมการขายด้วยการเสี่ยงโชคต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างเช่นกรณีการส่งไปรษณียบัตรทายผลว่าทีมใดจะได้เป็นแชมป์ฟุตบอลหรืออื่นๆ ต้องสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่มีอายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไปจึงมีสิทธิร่วมชิงโชค หรือร่วมสนุกได้เฉพาะกิจกรรมที่ต้องใช้ความรู้หรือทักษะที่เหมาะสมกับวัยและการส่งชิ้นส่วน หรือไปรษณียบัตร หรือSMS หรืออื่นๆ ไม่ควรเกินคนละ 1 ชิ้นหรือครั้งและรางวัลในการชิงโชคไม่ควรมีมูลค่าสูงเกินไป และหน่วยงานที่เป็นผู้ให้บริการเช่นบริษัทไปรษณีย์ไทยไม่ควรฉวยโอกาสทำการส่งเสริมการขายด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *